วันอังคาร, 20 เมษายน 2564

7500 เที่ยวบินผีสิง ไม่ตกก็ตาย

12 ก.ย. 2014
53

7500_aเที่ยวบิน 7500 เป็นหนังที่กำลังพาพวกเราทุกคน ทะยานขึ้นฟ้าที่ความสูง 37,000 ฟุต เดินทางดิ่งตรงสู่กรุงโตเกียว ท่ามกลางสภาวะกดดัน กลืนไม่เข้า คายไม่ออก เมื่อทุกคนต้องอยู่ร่วมกันในเครื่องบิน ที่เปรียบดั่งคุกกลางอากาศที่ใครร่วมเิิดินทางไปด้วย จะต้องเข้าใจว่า ความตายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต!

หนังค่อนข้างอินเทรนด์นะ เมื่อเปรียบเทียบกับข่าวใหญ่โตในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาเกี่ยวกับเครื่องบิน MH-370 ของมาเลเซียแอร์ไลน์ที่หายสาปสูญไป ซึ่งบอกตรง ๆ ว่าเครื่องบินลำนี้ บนเที่ยวบินที่ 7500 ในสภาพเป็นหนังคงไม่สยองขวัญเท่าเรื่องจริง ที่เกิดขึ้นจริงของ MH-370 ที่เรารับรู้ข่าวกัน

ครั้นจะเปรียบเทียบหนัง 7500 กับเรื่องจริงของ MH-370 ก็เป็นอะไรที่เรียกได้ว่า ไกลตัวเรามาก จึงขอเล่าเปรียบเปรยกับหนังด้วยกันดีกว่า

สารภาพว่า แวบแรกที่เห็น 7500 มันทำให้ผมนึกย้อนไปถึง หนังไทยเรื่อง 407 (หากใครยังพอจำกันได้) มันเป็นหนังไทยที่พยายามโปรโมตกันเหลือเกินว่าโคตรสยอง ถ่ายทำด้วยระบบ 3 มิติ ซีจีโดดเด่นอลังการ ฯลฯ แต่โทษทีเหอะ ผมขอถ่มถุยกันตรงนี้เลยว่า หนังไทยอย่าง 407 ผมไม่อยากเรียกว่ามันเป็นหนังด้วยซ้ำ ความพิถีพิถันในการถ่ายทำเรียกว่าติดลบ เอฟเฟ็กซ์ ซีจี เรียกว่า โคตรห่วย และมิติ 3D ถือว่าหลอกตาสุด และผมนับว่า 407 เป็นหนังไทยที่ห่วยที่สุดในรอบหลายปีที่ไม่ควรค่าแก่การเสียเวลาชมเลยก็ว่าได้

มาคราวนี้ ผมก็แแอบหลอนเหมือนกันนะกับภาพชินตาที่ฝังอยู่ในใจ ที่ได้จากการชม 407 ว่ามันจะทำให้หนัง 7500 มันรู้สึกกากเดนไปด้วย แต่เอาเหอะ ลองเปิดใจซื้อตั๋วเข้าชมดูสักตั้งว่ามันจะเป็นอย่างไร ซึ่งความรู้สึกที่ได้มันไม่ได้ต่างกันลิบลับ หรือรู้สึกฟินเวอร์อะไรหรอกนะ แต่ถ้าจะให้วัดผลอย่างเป็นรูปธรรมได้ คงต้องวัดกันด้วยคะแนน ซึ่งผมขอให้ 407 ได้ -1/10 และให้ 7500 ได้คะแนน 6/10 ไปละกัน ซึ่งนั่นก็แปลว่ามันคุ้มค่าแก่การรับชมพอสมควร

7500ด้วยแก่นหลักของหนัง 7500 จะเป็นเที่ยวบินมรณะที่เรายังไม่รู้ต้นสายปลายเหตุว่าจะตายหรืออยู่ จะตกหรือจะรอด ดังนั้นหนังจึงพยายามทำให้เรารู้สึกชวนติดตาม ด้วยความรู้สึกว่ามันมีปริศนาซ่อนอยู่ ผ่านบุคลิกท่าทางของตัวละคร อารมณ์บาง ๆ ที่ให้ความรู้สึกเป็นหนังนักสืบ ผสานด้วยความหลอนตามประสาหนังผีเพื่อให้หนังรู้สึกระทึกขึ้น ด้วยเรื่องราวความตาย ผีๆ หลอนๆ ประสาทแดก ซึ่งนั่นก็ผูกเรื่องไสยศาสตร์ เข้ากับการหาความจริงในเชิงวิทยาศาสตร์ได้สนุก

ตลอดระยะเวลา 80 นาทีของเที่ยวบินนี้ บอกตรงๆ ว่าหนังค่อยๆ เพิ่มดีกรีความมัน ให้ชวนติดตามได้มากขึ้นเรื่อยๆ เลยนะ บทค่อนข้างราบรื่น ไม่มีหลุมดำหรือเดทแอร์ให้เรารู้สึกสะดุดนัก ด้วยองค์ประกอบหลายอย่าง จึงทำให้ผมรู้สึกเซอร์ไพรส์เล็กน้อย เมื่อดูหนังเรื่องนี้จบ

แต่สิ่งที่ผมให้ความสำคัญ และสนใจมากกว่าในหนังเรื่องนี้ กลับเป็นเนื้อเรื่องที่ซ่อนอยู่ระหว่างที่พวกเขาเดินทาง สิ่งเหล่านี้มันช่วยทำให้หนังสมบูรณ์ขึ้นมาอีกระดับ และมันเหมือนจะช่วยเติมเต็มให้หนังมีคุณค่ามากยิ่งขึ้นด้วย

ซึ่งเรื่องราวระหว่างการเดินทาง ของผู้โดยสารที่อยู่ร่วมกันบน 7500 มันอาจจะเป็นมุมมองเฉพาะตัว และการตีความเนื้อเรื่องในแบบที่ผมได้รับรู้ นั่นคือเรื่องราวเชิงพฤติกรรม ที่หนังถักทอ และหยอกล้อ บุคลิก นิสัยของตัวละครแต่ละตัวออกมาได้น่าสนใจ และสมเหตุ สมผลเชียวล่ะ

ท่ามกลางนักแสดงที่ค่อนข้างโนเนม แต่บทหนังก็ช่วยขับตัวละครให้โดดเด่นขึ้น ด้วยการออกแบบตัวละครที่มีเรื่องราวหยอกล้อกันเป็นอย่างดี อาทิ บางคนก็ยี้เหลือเกินที่จะนั่งข้างคนอ้วน คนนอนกรน หรือว่าเด็ก รู้สึกว่ามันไม่ใช่ มันทำให้เสียมู๊ด แต่แล้วเมื่อเครื่องบินทะยานขึ้นฟ้า มันนั่นล่ะ ที่เป็นตัวปัญหาและสร้างความวุ่นวาย รบกวนคนอื่นให้เสียมู๊ดตลอดเวลา หรือกับบางคนที่ไม่พร้อม ไม่อยากท้องก็ท้อง ส่วนบางคนรักหวาน เพียบพร้อมกับไม่ท้อง และรู้สึกหมดหวังกับชีวิต หรือบางคนต้องทนอยู่กับความรักที่ไม่ใช่ มากกว่าการอยู่ทนกับคนรักที่เราต้องการ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันถูกเล่าสอดแทรกอยู่ตลอดเรื่อง ระหว่างที่เรานั่งเครื่องบินลำนี้ไปกับพวกเขา คำคมมากน้อย และทัศนคติเชิงบวกที่บอกเล่าสู่เรากับเป็นอะไรที่สามารถตกตะกอนความคิด และนำมาใช้ในชีวิตได้

อีกอย่างที่ผมคิดว่าผู้สร้างหนังมีความชาญฉลาดคือ การรู้จักหลบหลีก แต่ให้เรารู้สึกก็พอ มันเป็นเหมือนว่าเราไม่จำเป็นต้องเห็นผีตัวเป็น ๆ เลือดสาดท่วม คอสตูมเน่าๆ แต่งหน้ายับ ๆ หรืออะไร แต่หนังกลับทำให้เราเพียงรู้สึกเท่านั้นว่าสิ่งเหล่านั้นอยู่รอบกายได้จริง และไม่จำเป็นต้องใช้ซีจีมหาโหด หรืออภิมหา 3มิติอย่างหนังเรื่อง 407 มันก็มีนัยยะ และสอดแทรกเรื่องราวที่เป็นประโยชน์ได้เป็นอย่างดี

สุดท้าย แน่นอนว่าหนังไม่ได้เข้มข้นอะไรมาก แต่มันกลับทำให้เราเพลิดเพลินในการตามติดชีวิตพวกเขา ติดตามวิกฤตการณ์บนน่านฟ้าที่ความสูง 37,000 ฟุตเหนือพื้นโลก แถมยังได้ตกตะกอนความคิดเล็กน้อยเกี่ยวกับวิถีชีวิตของคน ซึ่งนั่นก็ทำให้หนังเรื่องนี้มีความคุ้มค่าที่จะตีตั๋วเข้าชมแล้วล่ะ!!

ตัวอย่างหนัง